นับตัวอักษรภาษาไทยรวมช่องว่าง กับไม่รวมช่องว่าง ต่างกันยังไง ถ้าดูผิด งานพังง่ายกว่าที่คิด

10

เผยแพร่เมื่อ

ความจริงมันเจ็บแบบนี้เลย: คนจำนวนมากไม่ได้พลาดเพราะเขียนห่วย แต่พลาดเพราะ นับผิด ต่างหาก งานที่กำหนด 300 ตัวอักษร กลายเป็นเกินเพดานตอนกดส่ง ทั้งที่เจ้าตัวก็ยืนยันเสียงแข็งว่า “นับแล้วนะ” ปัญหาคือเขานับคนละแบบกับระบบ หรือแย่กว่านั้น คือคนละแบบกับคนตรวจ งานเลยหลุดตั้งแต่ยังไม่ทันถูกอ่านจริงๆ

คำถามเรื่อง นับตัวอักษรภาษาไทย รวมช่องว่างกับไม่รวมช่องว่างต่างกันยังไง ดูเหมือนเล็ก แต่เวลาใช้งานจริงมันสร้างความหัวเสียได้โคตรง่าย โดยเฉพาะภาษาไทยที่การเว้นวรรคไม่ได้เดินเป็นแถวเหมือนอังกฤษ บางเครื่องมือนับทุกช่องว่าง บางเครื่องมือไม่นับ บางที่นับเครื่องหมายด้วย บางที่ดันมีตัวเลขไม่ตรงกันอีก ถ้าไม่แยกให้ออกตั้งแต่ต้น คุณจะเถียงกับหน้าจออยู่ดี และหน้าจอไม่เคยเถียงแพ้

คำว่า “ตัวอักษร” ถ้าไม่ตกลงกันก่อน มันคือคนละเกม

จุดที่คนชอบพังคือคิดว่า “ตัวอักษร” มีความหมายเดียว ทั้งที่ในงานจริงมันมีอย่างน้อย 2 แบบที่เจอบ่อย คือ รวมช่องว่าง กับ ไม่รวมช่องว่าง ความต่างมีแค่การนับ space หรือไม่ แต่ผลลัพธ์อาจต่างกันเยอะพอให้ข้อความผ่านหรือไม่ผ่านเงื่อนไขได้เลย

แบบรวมช่องว่าง

วิธีนี้มองว่าทุกอย่างที่พิมพ์ลงไปคือหนึ่งหน่วยของความยาวข้อความ ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร ช่องว่าง ตัวเลข หรือเครื่องหมายวรรคตอน พูดง่ายๆ คือถ้าคุณกดแป้นแล้วมันปรากฏในข้อความ โอกาสสูงที่มันจะถูกนับไปด้วย ตัวอย่างเช่น แมว กับ หมา ถ้านับรวมช่องว่าง ช่องว่างระหว่างคำ 2 จุดก็ถูกคิดด้วยทันที ข้อความเดียวกันเลยยาวขึ้นแบบที่หลายคนไม่ทันระวัง

แบบไม่รวมช่องว่าง

วิธีนี้ตัดช่องว่างทิ้ง แล้วนับเฉพาะตัวอักษรกับอักขระอื่นที่ไม่ใช่ space ดังนั้นข้อความเดิม ถ้ามีการเว้นวรรคเยอะ ตัวเลขจะลดลงทันที วิธีนี้มักถูกใช้เวลาต้องการดู “เนื้อจริง” ของข้อความมากกว่ารูปแบบการจัดวาง แต่ตรงนี้อย่าเผลอคิดว่าไม่รวมช่องว่างแล้วจะเหลือแค่พยัญชนะอย่างเดียวนะ หลายเครื่องมือยังนับสระ วรรณยุกต์ ตัวเลข และเครื่องหมายอยู่เหมือนเดิม

ทำไมภาษาไทยทำให้เรื่องนี้ชวนงงกว่าเดิม

ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ คนส่วนใหญ่พอเดาเกมได้ เพราะแต่ละคำมีช่องว่างคั่นค่อนข้างชัด ภาษาไทยไม่ใจดีแบบนั้น คุณเลยเห็นตัวเลขแกว่งได้ง่ายกว่าที่คิด แม้ความหมายแทบไม่เปลี่ยนเลย

ปัญหาแรก: ภาษาไทยไม่ได้เว้นวรรคทุกคำ

ภาษาไทยมักเขียนคำติดกันเป็นกลุ่ม แล้วค่อยเว้นวรรคตามวลีหรือจังหวะประโยค นั่นแปลว่า คนสองคนเขียนข้อความเดียวกันได้ แต่จำนวนช่องว่างไม่เท่ากัน คนหนึ่งพิมพ์แน่นๆ อีกคนชอบเว้นพักสายตา พอไปนับแบบรวมช่องว่าง ตัวเลขกระโดดทันที ทั้งที่สาระไม่ได้เพิ่มขึ้นแม้แต่นิดเดียว

ยกตัวอย่างง่ายๆ ข้อความ แมว กับ หมา กับ แมวกับหมา ความหมายแทบเหมือนกัน แต่แบบแรกมีช่องว่าง 2 ตำแหน่ง ถ้าระบบนับรวมช่องว่าง มันยาวกว่าแบบที่พิมพ์ติดกันทันที นี่แหละจุดที่หลายคนหงุดหงิด เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เขียนอะไรเพิ่ม แต่ระบบบอกว่าเกิน

ปัญหาที่สอง: สิ่งที่ตาเห็น 1 หน่วย ระบบอาจนับมากกว่านั้น

อีกเรื่องที่เว็บอธิบายกันแบบลวกๆ คือ ภาษาไทยไม่ได้มีแค่พยัญชนะเรียงตรงๆ ยังมีสระและวรรณยุกต์ที่วางบน ล่าง หน้า หลัง ตัวอักษรหลัก บางเครื่องมือจึงนับตามอักขระที่พิมพ์จริง ไม่ได้นับตามสิ่งที่ตาเรามองเป็น “หนึ่งคำ” หรือ “หนึ่งพยางค์” นี่คือเหตุผลที่คนชอบสับสนระหว่างคำว่า คำ กับ ตัวอักษร แล้วพอใช้คนละหน่วย ชิ้นงานก็เพี้ยนทั้งก้อน

ปัญหาที่สาม: แต่ละเครื่องมือนับไม่เหมือนกันเป๊ะ

นี่คือของจริงที่ทำให้คนเสียเวลาเกินจำเป็น โปรแกรมพิมพ์เอกสาร เว็บนับตัวอักษร ช่องกรอกในระบบสมัครงาน หรือฟอร์มหลังบ้านของเว็บไซต์ อาจใช้กติกาต่างกัน บางที่นับช่องว่าง บางที่ไม่นับ บางที่ตัดการขึ้นบรรทัดใหม่ออก บางที่นับเครื่องหมายทุกตัวแบบไม่ปรานี เพราะฉะนั้นตัวเลขจากเครื่องมือหนึ่ง ไม่ได้การันตีว่าจะตรงกับปลายทางเสมอ

ถ้าคุณเห็นผลนับไม่ตรงกัน อย่าเพิ่งคิดว่าเครื่องไหนโง่ ส่วนใหญ่แค่เขากำลังนับคนละนิยามกันเท่านั้นเอง

เคสที่ความต่างไม่กี่ช่องว่าง ทำให้งานเสียทรงได้จริง

หลายคนชอบดูแคลนเรื่องนี้ว่าเป็นรายละเอียดจุกจิก แต่พอไปอยู่ในงานจริง รายละเอียดนี่แหละกัดคุณก่อน เรื่องที่พบบ่อยมีประมาณนี้

  • ฟอร์มสมัครหรือระบบส่งงาน ที่กำหนดจำนวนตัวอักษรตายตัว ถ้าเกินแม้ไม่กี่ตัว ระบบอาจไม่ให้ผ่าน
  • งานประกวด คำบรรยาย หรือโปรไฟล์สั้น ที่ระบุชัดว่าเกินจำนวนไม่ได้ คนที่นับผิดจะเสียสิทธิ์แบบงงๆ
  • ชื่อสินค้า หัวข้อโพสต์ หรือข้อความในหน้าระบบ ที่มีพื้นที่จำกัด ถ้าคิดว่าช่องว่างฟรี คุณมักโดนตัดคำตอนแสดงผล
  • งานคอนเทนต์ที่ทีมกำหนดเพดานไว้เอง เช่น คำโปรย บทนำ หรือคำอธิบายสั้น ถ้านับไม่ตรงกัน คนเขียนกับคนตรวจจะคุยกันคนละเรื่อง

สิ่งที่น่ารำคาญคือ ปัญหานี้ไม่ได้ทำให้งาน “อ่านไม่รู้เรื่อง” แต่มันทำให้งาน ใช้ไม่ได้ ทั้งที่เนื้อหาดีอยู่แล้ว แบบนี้ยิ่งน่าโมโหกว่าเขียนไม่ดีเสียอีก

วิธีไม่ให้พลาด: ใช้สูตร “กติกา-เครื่องมือ-ตัวแอบ” ก่อนกดส่ง

ถ้าไม่อยากไล่เช็กแบบมึนๆ ทุกครั้ง ให้ใช้กรอบคิดง่ายๆ 3 ชั้นนี้ มันไม่หรู แต่มันกันพลาดได้จริง โดยเฉพาะตอนคุณต้อง นับตัวอักษรภาษาไทย เพื่อส่งงานหรือกรอกข้อมูลที่มีเพดานชัดเจน

1) เช็กกติกาให้ชัดก่อนว่าเขานับอะไร

อ่านเงื่อนไขให้ครบ ดูว่าระบุไหมว่า “รวมช่องว่าง” หรือ “ไม่รวมช่องว่าง” ถ้าเขียนแค่ว่าไม่เกิน 500 ตัวอักษร แล้วไม่บอกวิธีนับ อย่าเดา ถามให้จบก่อน เพราะความต่างของคำสั่งแค่ประโยคเดียว อาจเปลี่ยนวิธีเขียนทั้งย่อหน้า

2) เช็กในเครื่องมือเดียวกับปลายทาง

ต่อให้คุณใช้เว็บนับภายนอกได้ตัวเลขสวยแค่ไหน สุดท้ายให้เชื่อค่าที่แสดงในระบบปลายทางก่อนเสมอ ถ้ามีช่องกรอกจริง ให้ลองวางข้อความลงไปแล้วดูตรงนั้นเลย ถ้าตัวเลขไม่เท่ากัน ให้ถือว่าปลายทางเป็นคนตัดสิน ไม่ใช่เครื่องมือที่คุณใช้เตรียมข้อความ

พูดให้ชัดคือ เครื่องมือช่วยนับมีไว้ช่วยประมาณ ไม่ได้มีไว้ตัดสินแทนระบบปลายทางทั้งหมด

3) ไล่เก็บตัวแอบที่คนชอบลืม

ตัวแอบที่สร้างปัญหาบ่อยมีไม่กี่อย่าง แต่กัดเจ็บทุกที เช่น ช่องว่างหัวท้ายประโยค การขึ้นบรรทัดใหม่ เครื่องหมายซ้ำๆ แฮชแท็ก อีโมจิ หรือข้อความที่คัดลอกมาจากที่อื่นแล้วมีช่องว่างติดมาด้วยแบบมองไม่ค่อยเห็น ก่อนส่งงาน ลองล้างข้อความหนึ่งรอบ เอาช่องว่างเกินจำเป็นออก แล้วนับใหม่ คุณจะเห็นส่วนต่างทันที

ถ้ารีบมาก ให้จำแบบนี้พอ

เวลามีคนถามว่า รวมช่องว่างกับไม่รวมช่องว่างต่างกันยังไง คำตอบสั้นที่สุดคือ ต่างกันที่ space ก็จริง แต่ผลกระทบไม่ได้เล็กตามชื่อมัน ถ้างานมีเพดานตายตัว ช่องว่างหนึ่งตำแหน่งก็คือหนึ่งโอกาสที่งานจะเกินได้ โดยเฉพาะข้อความไทยที่รูปแบบการเว้นวรรคไม่คงที่ในทุกคน

อีกอย่างที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ อย่าสลับหน่วย จำนวนคำ ไม่เท่ากับ จำนวนตัวอักษร และจำนวนตัวอักษรจากเครื่องมือหนึ่ง ก็ไม่จำเป็นต้องเท่ากับอีกเครื่องมือหนึ่ง ถ้าคุณแยก 3 เรื่องนี้ออก ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ

หลังจากนี้ เวลาต้องเขียนข้อความที่มีลิมิต อย่ารีบพิมพ์จนสุดเพดานแล้วค่อยภาวนา ให้ถามก่อนเลยว่าเขานับแบบไหน จากนั้นตรวจในระบบจริง และเก็บตัวแอบให้เรียบ เพราะงานดีที่นับผิด มันแพ้งานธรรมดาที่นับถูกอยู่บ่อยกว่าที่คนชอบยอมรับ แล้วคุณล่ะ ยังเชื่ออยู่ไหมว่าช่องว่างเป็นแค่ “ที่ว่าง” ไม่มีราคาอะไร?